ทานคอลลาเจนอย่างไร ให้อ่อนเยาว์อยู่เสมอ

  • Topic ประจำวันนี้ เราจะมาคุยกันถึงเรื่องของคอลลาเจนนะคะ ทุกคนคงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าคอลลาเจนช่วยเรื่องของความอ่อนเยาว์ได้ บรรดาสาวๆจึงมักจะทานคอลลาเจนเป็นประจำ แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ช่วงเวลาไหนที่ควรจะทานคอลลาเจนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และคอลลาเจนแบบไหนที่ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีที่สุด

  • ทานคอลลาเจนเวลาไหน ดีที่สุด

    ถึงแม้ว่านักโภชนาการจะได้แนะนำว่า การรับประทานคอลลาเจนนั้น สามารถทานได้ทุกเวลาตามสะดวก ตามต้องการ ไม่ว่าจะรับประทานควบคู่กับอาหาร หรือเครื่องดื่มที่คุณชอบก็ได้ เพราะว่าคอลลาเจนนั้นไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

  • แต่ถ้าหากคุณอยากให้คอลลาเจนส่งผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด เราขอแนะนำ 2 ช่วงเวลาที่ควรทานคอลลาเจน คือให้คุณรับประทานตอนที่ท้องยังว่าง เพราะช่วงเวลาที่ท้องว่างนั้น ระบบการทำงานของร่างกายจะสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ (Collagen จะดูดซึมเข้าร่างกายได้ โดยไม่ถูกกรดในกระเพาะทำลาย ดังนั้นทานคอลลาเจน 2-3 ชม. หลังอาหารจะดีที่สุด) นอกจากนี้ หากเลือกรับประทานในช่วงก่อนนอนก็จะยิ่งเห็นผลชัดเจนมากขึ้น เพราะตอนที่คุณนอนหลับร่างกายจะทำการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ถ้าคุณรับประทานสารสกัดคอลลาเจนก่อนนอน ร่างกายก็จะนำสารอาหารมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

  • สิ่งที่สำคัญเลยถ้าหากว่าอยากให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจมากที่สุด คือควรรับประทานคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง โดยรับประทานพร้อมกับน้ำผลไม้ หรือวิตามินซี เพราะว่าวิตามินซีมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเซลล์ผิวหนัง และกระตุ้นการนำกรดอะมิโนที่ได้จากการย่อยสลายคอลลาเจนไปใช้ใต้ชั้นผิวหนังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและได้ประสิทธิผล

    รับประทานคอลลาเจนอย่างไร ให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด
  • ดื่มน้ำมากๆ

    : สารสกัดคอลลาเจนนั้น เป็นสารที่ต้องการสารละลายเพื่อช่วยในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นการที่เรายิ่งดื่มน้ำมากนอกจากจะทำให้ร่างกายได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น ทำให้คอลลาเจนสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

    รับประทานวิตามินซี

    : การรับประทานวิตามินซี หรืออาหารที่ให้วิตามินซีสูง ควบคู่กับการรับประทานคอลลาเจน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้คอลลาเจนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะวิตามินซีมีส่วนช่วยในกระบวนการดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายนั่นเอง

    รับประทานขณะท้องว่าง

    : จากผลงานวิจัยระบุไว้ว่า การรับประทานคอลลาเจนไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนหากรับประทานขณะที่ท้องยังว่างจะทำให้เกิดผลดีที่สุด ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวที่เหมาะสมคือช่วงเช้าหลังจากตื่นนอน หรือช่วงก่อนนอน

    คอลลาเจน (Collagen) แบบเม็ด แบบผง แบบน้ำ (Shot Drink) แบบไหนดูดซึมเร็วและดีกว่ากัน ?
  • คอลลาเจนแบบผงชงดื่มและแบบน้ำ (Shot Drink) จะดูดซึมได้เร็วกว่าคอลลาเจนรูปแบบเม็ด เพราะคอลลาเจนรูปแบบเม็ดเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วร่างกายต้องใช้เวลาในการละลายประมาณ 30 นาที เพื่อนำคอลลาเจนไปใช้ แต่แบบน้ำ สามารถดูดซึมไปใช้ได้เลย ส่วนเรื่องที่ร่างกายดึงนำไปใช้นั้นต้องดูประเภทของคอลลาเจนด้วยค่ะ ถ้าเป็นคอลลาเจนไตรเปปไทด์ร่างกายจะดูดซึมไปใช้งานได้ดีกว่ารูปแบบเปปไทด์ คอลลาเจน ไตรเปปไทด์ (Collagen Tripeptide) เป็นนวัตกรรมที่สุดแห่งความเร็วในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเพื่อนำไปใช้ เพราะคอลลาเจนในรูปแบบนี้จะผ่านขั้นตอนการย่อยด้วยเอนไซม์มาแล้ว จนมีโมเลกุลที่เล็กมากๆ และมีขนาดสม่ำเสมอ จึงช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมประสิทธิภาพที่ได้รับอย่างเต็มที่ มากกว่าคอลลาเจนในรูปแบบอื่นๆ

    ทำไมต้อง LIFEFORD COLLAGEN

    1. แหล่งวัตถุดิบที่เราคัดเลือกมามีประสบการณ์ด้านการผลิตคอลลาเจนและเจลาตินมากว่า 100 ปี

    2. เราดูแลตั้งแต่ที่มาของวัตถุดิบ ซึ่งก็คือ “ปลา” นั่นเอง และคัดเลือกเฉพาะพันธุ์ Tilapia

    3. ใส่ใจตั้งแต่อาหารที่ใช้เลี้ยงปลา โดยใช้อาหารที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยสูง

    4. ควบคุมความสด สะอาด ตั้งแต่ที่ฟาร์มเลี้ยงจนถึงผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย ด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

    5. ควบคุมพิเศษด้วยขั้นตอนการผลิตปลอดภัยสูงและได้รับมาตรฐาน QS, Halal, Kosher, FSSC22000

    6. คอลลาเจน LIFEFORD มีโมเลกุลที่เล็กมาก ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าไปใช้งานได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วกว่าคอลลาเจนบางยี่ห้อตามท้องตลาด

    ทำไม LIFEFORD COLLAGEN ต้องใช้ปลา Tilapia

    1. จากการสำรวจของเราพบว่าปลาทิลาเปีย เป็นแหล่งของกรดอะมิโน 3 ชนิด ที่แสดงความเป็นคอลลาเจน ซึ่งได้แก่ โปรลีน, ไฮดรอกซีโปรลีน และไกลซีน ซึ่งมีมากกว่าปลาน้ำจืดชนิดอื่น หรือมากกว่าปลาทะเล

    2. วัตถุดิบปลาของเราเป็นปลาที่เลี้ยงมาจากฟาร์มระบบปิดที่ได้รับรางวัลมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ปลอดภัยจากโลหะหนัก และสารเคมีตกค้างซึ่งหากใช้ปลาทะเลจะควบคุมคุณภาพได้ยากกว่า และมีความเสี่ยงจากอันตรายของสารเหล่านี้มากกว่าปลาน้ำจืด

  • Tips

    1. ควรเลือกแบบตักชงได้เอง หรือถ้าเป็นแบบซอง ให้เลือกปริมาณที่ตรงตามความต้องการ เช่น 3,000-5,000 มิลลิกรัม

    2. ถ้าต้องการทานในปริมาณ 10,000 มิลลิกรัม. ต่อวันแนะนำให้ทานเช้า และ เย็น (ก่อนนอน) ครั้งละ 5,000 มิลลิกรัม ห่างกัน 8 ชม. เพื่อค่าการดูดซึมที่ได้ประโยชน์เต็มๆมากกว่า

    3. หากต้องการเร่งให้ขาวใส สุขภาพดี แนะนำให้ทานคู่กับวิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม วันละ 2 เม็ด

    ที่มา : www.ubereen.com, www.shopback.co.th, www.108health.com, mahosot.com